พันธบัตรออมทรัพย์แบบไร้ใบตราสาร (Scripless)*

พันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนเมื่อครบกำหนดอายุพันธบัตร และมีผลตอบแทนจากการจ่ายดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นทางเลือกในการออมที่น่าสนใจสำหรับประชาชนและเป็นการสนับสนุนการพัฒนาประเทศของรัฐบาล

      พันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ครั้งที่ 1 (เพิ่มเติมครั้งที่ 2)

      • อายุพันธบัตร

        3 ปี 1 เดือน และ 7 ปี 1 เดือน – เป็นแบบไร้ใบตราสาร (Scripless)

      • อัตราดอกเบี้ย (ร้อยละ)

        รุ่นอายุ 3 ปี 1 เดือน (SB21NA) อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ ร้อยละ 2.46 ต่อปี 
        รุ่นอายุ 7 ปี 1 เดือน (SB25NA) อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ ร้อยละ 3.00 ต่อปี

      • วงเงินจำหน่ายรวม

        5,000 ล้านบาท

      • วันที่จำหน่าย

        17 ธันวาคม 2561 - 29 มีนาคม 2562

      • ผู้มีสิทธิ์ซื้อในตลาดแรก

        บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น

      • วงเงินซื้อ ข้ันต่ำ-ขั้นสูง

        ววงเงินซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท (1 หน่วย) –  วงเงินซื้อขั้นสูงรวมทุกรุ่นอายุไม่เกินรายละ 2,000,000 บาท (2,000 หน่วย) ต่อ 1 ธนาคารผู้จัดจำหน่าย ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อต่อราย ราคาจำหน่ายหน่วยละ 1,000 บาท และซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 1,000 บาท

        กรณีตรวจพบรายการซื้อที่ผิดเงื่อนไข ธนาคารผู้จัดจำหน่ายจะคืนเงินให้ผู้ซื้อโดยไม่มีการคิดดอกเบี้ย

      • วันที่ครบกำหนดไถ่ถอน

        - พันธบัตรรุ่นอายุ 3 ปี 1 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 
        - พันธบัตรรุ่นอายุ 7 ปี  1 เดือนครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568

      • วันที่จ่ายดอกเบี้ย

        19 พฤษภาคม และ 19 พฤศจิกายน ของทุกปี จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนดไถ่ถอน

        โดยจ่ายดอกเบี้ยงวดแรกในวันที่ 19 พฤษภาคม 2562

      • วิธีจัดจำหน่าย

        จำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ทุกสาขา เครื่อง ATM ระบบอินเทอร์เน็ต และ Mobile Application ของธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ของวันที่ 17 ธันวาคม 2561 จนถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 29 มีนาคม 2562 ทั้งนี้ การซื้อผ่านเครื่อง ATM ระบบอินเทอร์เน็ต หรือ Mobile Application ผู้ซื้อต้องติดต่อสาขาเพื่อขอลงทะเบียนพันธบัตรก่อน ยกเว้นกรณีที่ลงทะเบียนพันธบัตรแล้ว สามารถทำรายการซื้อผ่านเครื่อง ATM ระบบอินเทอร์เน็ต หรือ Mobile Application ได้ตามวิธีการของแต่ละธนาคารผู้จัดจำหน่าย

      • การชำระเงิน
        ซื้อผ่านเครื่อง ATM ระบบอินเทอร์เน็ต หรือ Mobile Application

        ธนาคารผู้จัดจำหน่ายจะหักเงินจากบัญชีเงินฝากของผู้ซื้อทันทีเมื่อสิ้นสุดการทำรายการซื้อ

        ซื้อผ่านเคาน์เตอร์

        สามารถชำระได้ทั้งเงินสด หรือหักบัญชีเงินฝาก หรือเช็ค (วันที่ 29 มีนาคม 2562 ไม่รับชำระด้วยเช็ค) 
        โดยสั่งจ่าย : “บัญชีจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง รุ่นอายุ 3 ปี 1 เดือน” 
                    “บัญชีจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง รุ่นอายุ 7 ปี 1 เดือน”

        กรณีชำระด้วยเงินสดหรือหักบัญชีเงินฝาก

        หากชำระก่อนเวลา 15.00 น. ของวันทำการ ดอกเบี้ยจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ซื้อ หากชำระหลังเวลา 15.00 น. ของวันทำการ หรือในวันเสาร์ – อาทิตย์ หรือวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย ดอกเบี้ยจะเริ่มนับในวันทำการถัดไป

        กรณีชำระด้วยเช็ค

        หากชำระก่อนเวลาปิดเคลียริ่งเช็คของแต่ละสาขา และเช็คจะต้องลงวันที่สั่งจ่ายไม่เกินวันที่ ทำรายการ ดอกเบี้ยจะเริ่มนับในวันทำการที่ทราบผลว่าเช็คสามารถเรียกเก็บได้ หากชำระหลังเวลาปิดเคลียริ่งเช็คของแต่ละสาขา หรือในวันเสาร์ - อาทิตย์ หรือวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย รายการจองซื้อจะถือเป็นรายการ ของวันทำการถัดไป และดอกเบี้ยจะเริ่มนับในวันทำการที่ทราบผลว่าเช็คสามารถเรียกเก็บได้ ทั้งนี้ เงื่อนไข การชำระเงินดังกล่าวเป็นไปตามแต่ละธนาคารผู้จัดจำหน่ายกำหนด

        ผู้ซื้อที่ได้ดำเนินการซื้อพันธบัตรดังกล่าวข้างต้นแล้ว จะยกเลิกการซื้อและขอเงินคืนไม่ได้

      • หลักฐานที่ได้รับจากการซื้อ
        ซื้อผ่านเครื่อง ATM

        ได้รับใบเสร็จหรือใบแสดงรายการที่พิมพ์จากเครื่อง ATM

        ซื้อผ่านระบบอินเทอร์เน็ต Mobile Application

        ได้รับหลักฐานการทำรายการตามบริการของแต่ละธนาคารผู้จัดจำหน่ายกำหนด

        ซื้อผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร

        ได้รับเอกสารยืนยันการซื้อพันธบัตร

        ผู้ซื้อรายใหม่

        ได้รับสมุดพันธบัตรฯ (Bond Book) ในวันที่ซื้อหรืออาจได้รับภายหลังไม่เกิน 15 วันทำการจากธนาคารผู้จัดจำหน่าย

        ผู้ซื้อที่มีสมุดพันธบัตรฯ (Bond Book)

        สามารถปรับปรุงข้อมูลการซื้อหลังวันทำรายการซื้อ 15 วันทำการ

      • การเปลี่ยนแปลงชื่อ ที่อยู่ บัญชีรับดอกเบี้ย/เงินต้น และการทำธุรกรรมเกี่ยวกับพันธบัตร
        ติดต่อธนาคารผู้จัดจำหน่ายที่ทำรายการซื้อ

          การโอนกรรมสิทธิ์ การขายพันธบัตรก่อนวันที่ครบกำหนดไถ่ถอน สามารถทำรายการได้ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2562    เป็นต้นไป 
          การโอนทางมรดก การแบ่งทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการหย่า การล้มละลาย การชำระบัญชี การใช้เป็นหลักประกันให้กระทำได้หลังจากวันที่ทำรายการซื้อ 15 วันทำการ

        การทำธุรกรรมเกี่ยวกับพันธบัตรอาจมีค่าธรรมเนียมตามรายละเอียด    ด้านหลัง หรือโปรดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในหนังสือชี้ชวน (รับได้ที่ธนาคารผู้จัดจำหน่าย)

      • การเสียภาษี

        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่มีการจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราที่ประกาศในประมวล รัษฎากร(บุคคลธรรมดา จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ต่อปี) ผู้ซื้อจะได้รับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายทาง ไปรษณีย์ หรือทางอินเทอร์เน็ต กรณีที่สมัครใช้บริการข้อมูลพันธบัตรทางอินเทอร์เน็ตแล้ว (www.bot.or.th หัวข้อ พันธบัตรและตราสารหนี้)

      • การจ่ายคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน

        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะโอนเงินต้นเข้าบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ในวันที่ครบกำหนดไถ่ถอน กรณีเปลี่ยนเป็นพันธบัตรแบบมีใบตราสาร (Scrip) ธนาคารแห่งประเทศไทยจะโอนเงินต้นเข้าบัญชี เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคืนใบพันธบัตร

      ค่าธรรมเนียมต่างๆ จากการทำธุรกรรม ภายหลังการซื้อพันธบัตร ของผู้ถือกรรมสิทธิ์

      ประเภทธุรกรรม บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯ
      (ต่อรายการไม่รวม VAT)
      ธนาคารแห่งประเทศไทย (ไม่คิด VAT) ธนาคารตัวแทนจำหน่าย
      (ต่อรายการ รวม VAT)

      กรณีไร้ใบตราสาร (Scripless) 
      (1) การถอนพันธบัตรจากระบบ Scripless เพื่อขอออกใบพันธบัตร

      65 บาท

      บุคคลธรรมดา 20 บาท/ฉบับ 

      นิติบุคคล 100 บาท/ฉบับ

      200 บาท

      (2) การฝากพันธบัตรเข้าระบบ Scripless (ภายหลังการถอนแล้ว ต้องการนำฝากใหม่)

      10 บาท

      10 บาท /รายการ

      กรณีลูกค้าเดิมของธนาคาร คิด 200 บาท กรณีเป็นลูกค้ารายใหม่ของธนาคารคิด 250 บาท

      (3) การขายพันธบัตรก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน

      -

      -

      ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      (4) การโอนกรรมสิทธิ์

      -

      -

      - กรณีโอนระหว่างลูกค้าเดิมที่ซื้อผ่านธนาคารเดียวกัน ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      - กรณีลูกค้าเดิมโอนให้กับลูกค้ารายใหม่ คิดค่าธรรมเนียมการโอนจากลูกค้าใหม่ 250 บาท

      (5) การขอแก้ไขชื่อที่จดทะเบียน กรรมสิทธิ์ในพันธบัตร ที่อยู่ บัญชีรับ ดอกเบี้ยและเงินต้น

      -

      -

      ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      (6) การขอออกสมุดพันธบัตรฯ (Bond Book) ใหม่ (ยกเว้น กรณีสมุดเต็ม)

      -

      -

      คิดค่าธรรมเนียมการออกสมุดพันธบัตรฯ (Bond Book) ใหม่ ตามอัตราที่ธนาคารประกาศ (เล่มละ 50-100 บาท)

      (7) การขอหนังสือรับรองยอดพันธบัตร

      -

      -

      คิดค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือรับรองยอดพันธบัตรตามอัตราที่ธนาคารประกาศ (ฉบับละ 50 - 200 บาท)

      (8) การขออายัดพันธบัตร

      -

      -

      ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      (9) การขอแก้ไขบัญชีรับค่าเงินต้น/ดอกเบี้ยพันธบัตร กรณีเข้าบัญชีไม่ได้

      100 บาท (ไม่คิด VAT)

      ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      กรณีมีใบตราสาร (Scrip) 
      การทำธุรกรรม : โอน ใช้เป็นหลักประกัน ถอนหลักประกัน ขอแยก ยุบหน่วย พันธบัตร ขอออกพันธบัตรใหม่หรือแทนพันธบัตรชำรุด สูญหาย ขอเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล ขอหนังสือรับรองยอดพันธบัตร

      -

      บุคคลธรรมดา 20 บาท/ฉบับ 

      นิติบุคคล 100 บาท/ฉบับ

      -