เมื่อวันที่ 2 – 3 กรกฎาคม 2569 นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ และนางสาวอุปมา ใจหงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ นำบุคลากรจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ลงพื้นที่จังหวัดสระบุรีและจังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการลงทุนภาครัฐที่อยู่ระหว่างดำเนินโครงการ (On-going) ให้เป็นไปตามแผนการดำเนินการและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงเพื่อให้บุคลากร สบน. เข้าใจลักษณะโครงการ และรับทราบปัญหาและอุปสรรคจากหน่วยงานเจ้าของโครงการ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความเห็นและข้อเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค
วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 คณะผู้บริหารและบุคลากร สบน. พร้อมทั้งผู้แทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการของ รฟท. จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา - ถนนจิระ และ 2) โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา (โครงการรถไฟไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา) ณ จังหวัดสระบุรี
ในการนี้ ผู้แทน รฟท. ได้รายงานภาพรวมความก้าวหน้า รวมถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไขระหว่างดำเนินโครงการ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 ของทั้งสองโครงการ โดยโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา - ถนนจิระ สัญญาที่ 1 ช่วงมาบกะเบา - คลองขนานจิตร และสัญญาที่ 3 อุโมงค์รถไฟ มีความก้าวหน้าภาพรวมร้อยละ 95.74 ส่วนสัญญาที่ 2 ช่วงคลองขนานจิตร - ชุมทางถนนจิระ มีการปรับแบบก่อสร้างจากทางรถไฟระดับดินเป็นทางรถไฟยกระดับ ซึ่ง รฟท. อยู่ระหว่างเตรียมเสนอขออนุมัติต่อ ครม. ทั้งนี้ คาดว่าโครงการจะเปิดให้บริการตลอดเส้นทางในปี 2571 สำหรับโครงการรถไฟไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา ปัจจุบันมีความก้าวหน้าภาพรวมร้อยละ 54.46 และยังไม่ได้ลงนามสัญญาก่อสร้าง 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ - ดอนเมือง และสัญญาที่ 4-5 ช่วงบ้านโพ - พระแก้ว ทั้งนี้ คาดว่าโครงการจะเปิดให้บริการตลอดเส้นทางในปี 2574
จากนั้นได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา - ชุมทางถนนจิระ บริเวณสถานีมวกเหล็กใหม่ ซึ่งเป็นสถานียกระดับขนาดใหญ่และเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดจนการติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและการสื่อสาร ต่อมาได้เดินทางไปติดตามความก้าวหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา ในส่วนของสัญญาที่ 3-2 งานอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง เพื่อตรวจเยี่ยมงานโครงสร้างอุโมงค์มวกเหล็กที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ก่อนที่ รฟท. จะเริ่มติดตั้งระบบรางในลำดับถัดไป โดยอุโมงค์ดังกล่าวเป็นงานวิศวกรรมการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟความเร็วสูงแบบอุโมงค์เดี่ยวทางคู่ขบวนรถไฟความเร็วสูงวิ่งสวนกันได้ ทั้งนี้ คณะผู้บริหาร สบน. ได้ร่วมหารือกับผู้แทนจาก รฟท. เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานของทั้งสองโครงการให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดและยกระดับมาตรฐานระบบคมนาคมขนส่งทางรางของประเทศไทย พร้อมเน้นย้ำให้ รฟท. กำกับดูแลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในระหว่างการก่อสร้าง
วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 คณะผู้บริหารและบุคลากร สบน. ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 1.2 GeV และห้องปฏิบัติการ ณ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) จังหวัดนครราชสีมา โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร. สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมและติดตามการดำเนินโครงการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV และห้องปฏิบัติการแห่งใหม่ ณ เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง โดยใช้เงินกู้จากรัฐบาลญีปุ่น ผ่านองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) โครงการดังกล่าวถือเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง เพื่อยกระดับงานวิจัยเชิงลึก นวัตกรรมทางการแพทย์ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) รวมถึงสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาในกลุ่มอาหาร เกษตร สุขภาพ พลังงาน และวัสดุสมัยใหม่ ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในระดับสากล นอกจากนี้ การสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนภายใต้โครงการดังกล่าวยังมีเป้าหมายใช้วัสดุภายในประเทศมากกว่าร้อยละ 50 จากการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการผลิตขั้นสูง สำหรับแม่เหล็กไฟฟ้า งานขึ้นรูปและเชื่อมท่อสุญญากาศอะลูมิเนียมความแม่นยำสูง และฐานปรับพิกัดตำแหน่งแม่เหล็กความแม่นยำสูง