การประชุมกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากล S&P Global Ratings

0

ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง และนายธิบดี วัฒนกุล รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้เข้าร่วมการประชุมกับผู้บริหารระดับสูงบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากล S&P Global Ratings ในห้วงการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยประเด็นสำคัญในการหารือเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ การส่งเสริมลงทุน และการคลัง โดยรัฐบาลมีเป้าหมายผลักดันให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวมากกว่าร้อยละ 3 ต่อปี และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จากประมาณร้อยละ 22–23 เป็นร้อยละ 30 เพื่อยกระดับผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ควบคู่กับการปรับแนวทางส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) โดยมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การจ้างงาน การวิจัยและพัฒนา และการยกระดับผู้ประกอบการไทย ตลอดจนเร่งรัดแก้ไขอุปสรรคที่ส่งผลต่อการดำเนินโครงการลงทุน 

นอกจากนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริม 7 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรม AI และดิจิทัล ยานยนต์แห่งอนาคต การแพทย์และสุขภาพ การท่องเที่ยวมูลค่าสูง การค้าปลีก เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเกษตรและอาหาร รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและสาธารณูปโภคเพื่อรองรับการลงทุนในธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเทคโนโลยีขั้นสูง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ ทั้งนี้ ในด้านการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการปรับมาตรการช่วยเหลือประชาชนให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน การฟื้นฟูสินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อีกทั้งยังได้หารือถึงประเด็นการบริหารความเสี่ยงจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในระดับต่ำ การฟื้นตัวของสินเชื่อที่ยังไม่เต็มที่ และการรับมือกับแรงกดดันจากราคาพลังงาน ทั้งนี้ รัฐบาลจะต้องมีการติดตามและบริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน